แอร์ 1 เฟส กับ แอร์ 3 เฟส ต่างกันอย่างไร

 

แอร์ 1 เฟส กับ แอร์ 3 เฟส ต่างกันอย่างไร?

ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่สงสัยว่า…แอร์ 1 เฟส กับ แอร์ 3 เฟส ต่างกันอย่างไร แล้ว 1 เฟส กับ 3 เฟส ในแอร์ที่จริงแล้วมันคืออะไร ???

 

วันนี้ผมเลยขอหยิบยกเรื่องแอร์ 1 เฟส กับ แอร์ 3 เฟส มาเขียนเป็นบทความเพื่อเป็นการไขข้อข้องใจให้สำหรับคนที่สงสัย หรือยังไม่ทราบว่ามันคืออะไร และต่างกันอย่างไร

เพราะบ่อยครั้งที่ผมเจอใครต่อใครหลายๆคนเข้ามาถาม ในทำนองที่ว่า…แอร์ 1 เฟส และ 3 เฟส มันมีข้อแตกต่างกันตรงไหนและจะซื้อแบบไหนไปใช้ได้บ้าง

อีกทั้งยังมีหลายๆคนที่รู้แล้วว่า…แอร์ 1 เฟส และ 3 เฟส มันมีข้อแตกต่างกันตรงไหนแต่ยังมีความเข้าใจที่ผิดๆเรื่องการใช้งานอยู่

วันนี้ผมเลยขออธิบายข้อแตกต่างและการนำไปใช้งาน รวมทั้งขออธิบายข้อเท็จจริงที่ถูกต้องของแอร์ 1 เฟส กับ 3 เฟส

สำหรับใครที่มีความสงสัยหรือรู้แบบไม่ถูกต้อง บทความคงจะได้เป็นประโยชน์แก่ท่านแต่…ถ้าใครที่รู้และเข้าใจอย่างถูกต้องอยู่แล้ว ผ่านไปเลยก็ได้ครับ

แอร์ 1 เฟส หรือ แอร์ 3เฟส อันที่จริงแล้ว…มันก็คือแอร์หรือเครื่องปรับอากาศ(Airconditioner) ที่เราทั้งหลายรู้จัก และมีใช้อยู่นั่นเอง

แต่…คำว่า 1เฟส หรือ 3 เฟส ที่พ่วงท้ายมาคือคำเรียกระบบไฟฟ้าที่รองรับการใช้งานแอร์เครื่องนั้นๆซึ่งก่อนอื่นเราต้องมารู้จักระบบไฟฟ้าที่มีใช้กันในประเทศไทยก่อนระบบไฟฟ้าที่มีใช้ในประเทศไทยในส่วนของระบบแรงต่ำที่การไฟฟ้าฯจ่ายให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท ตั้งแต่บ้านไปจนถึงโรงงานขนาดใหญ่มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ ระบบ 1เฟส 220 โวลต์ และ ระบบ 3 เฟส 380 โวลต์

 

ระบบ 1 เฟส 220 โวลต์ หรือ ระบบ SinglePhase 220 V เป็นระบบที่อยู่ในลำดับสุดท้ายของระบบจำหน่ายจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและนครหลวงซึ่งการไฟฟ้าฯ จะไม่ทำการแปลงแรงดันลงไปกว่านี้อีกแล้ว ซึ่งระบบนี้เป็นระบบที่มีใช้กันมากที่สุดในบ้านพักอาศัยขนาดเล็กจนถึงกลางและยังรวมไปถึงผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยอื่นๆ เช่น ห้องเช่า/หอพัก หรือ ร้าน/แผงค้าขาย

เครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าในระบบ 1 เฟส 220 โวลต์

 

ระบบ 1 เฟส 220 โวลต์ ประกอบไปด้วยสายเฟส หรือสายมีศักย์(L)ที่เมื่อเทียบกับพื้นดินจะมีแรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์(โดยเฉลี่ย) จำนวน 1สาย และ สายนิวทรัลหรือสายศูนย์(N)ที่เมื่อเทียบกับพื้นดินจะมีแรงดันไฟฟ้า0 โวลต์ จำนวน 1 สาย รวมเป็นสองสายซึ่งเมื่อเทียบศักย์ไฟฟ้าระหว่างสายทั้งสองจะได้ค่าความต่างศักย์หรือแรงดันไฟฟ้าที่ 220 โวลต์ เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ มีความถี่ 50 Hz.ระบบดังกล่าวยังนิยมเรียกว่าระบบ 1 เฟส 2 สาย

ปล. สายเฟสหรือสายที่มีศักย์ไฟฟ้า (L) เป็นสายที่มีแรงดันไฟฟ้า การสัมผัสหรือจับสายเฟสโดยตรง เป็นอันตรายถึงชีวิต การหาสายเฟสทดสอบง่ายๆด้วยไขควงลองไฟ หากแตะปลายไขควงแล้วไฟที่ด้ามไขควงสว่าง แสดงว่านั่นคือสายเฟสหรือสายมีไฟ ส่วนสายนิวทรัล(N) ในสภาวะปกติจะมีแรงดันไฟฟ้าเป็นศูนย์ สัมผัสได้(แต่ก็ไม่ควรไปสัมผัสเล่น) เมื่อแตะปลายไขควงลองไฟบนสายนิวทรัล สภาวะที่ระบบไฟฟ้าปกติ ไฟที่ด้ามไขควงจะไม่สว่าง แต่ถ้าแตะปลายไขควงบนสายนิวทรัลแล้วมีไฟสว่าง แสดงว่ามีความผิดปกติในระบบไฟฟ้า อาจจะมีการต่อสลับหรือสายนิวทรัสมีการต่อไม่แน่น-หลวม

 

 

 

ระบบ3 เฟส 380 โวลต์ หรือ ระบบ ThreePhase 380 V เป็นระบบไฟฟ้าอีกประเภทหนึ่ง ที่อยู่ในระบบจำหน่ายแรงต่ำของการไฟฟ้าฯ เป็นระบบที่เหนือกว่าระบบ1 เฟส กลุ่มลูกค้าผู้ขอใช้งานระบบ 3 เฟส 380 โวลต์ ได้แก่บ้านพักอาศัยขนาดกลางและใหญ่ อาคารพานิชย์ ร้านค้า สำนักงาน และโรงงานขนาดเล็กเป็นต้น


เครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าในระบบ 3 เฟส 380 โวลต์

 

มุมเฟสในไฟระบบสามเฟส จะแตกต่างกัน 120 องศา

 

ระบบ 3 เฟส 380 โวลต์ ประกอบไปด้วย สายเฟสหรือสายมีศักย์(L) จำนวน 3 เส้น สายแต่ละเส้นมีชื่อเรียกที่ต่างกันไป เช่น R – S – Tหรือ L1 – L2 – L3 แต่ละเส้นมีมุมต่างเฟสกัน120 องศา หรือ 1/3 ลูกคลื่นของไฟฟ้ากระแสสลับแต่การนำมาใช้งาน จำเป็นต้องมีสายนิวทรัล(N) เดินมาควบคู่กับสายเฟสทั้ง3 ด้วย

 

ในระบบ3 เฟส สายเฟสแต่ละสาย เมื่อเทียบกับพื้นดินแต่ละเส้นจะมีแรงดันไฟฟ้า 220โวลต์(โดยเฉลี่ย) แต่เมื่อจับคู่สายเฟสเทียบระหว่าง สายเฟสกับสายเฟสจะได้แรงดันไฟฟ้า380 โวลต์(โดยเฉลี่ย) และเมื่อจับเอาสายเฟส 1 สาย กับสายนิวทรัล 1 สาย เราจะได้ระบบไฟฟ้า 1 เฟส 220 โวลต์ มาใช้งาน กล่าวคือ…ผู้ที่ขอใช้ไฟฟ้าในระบบ3 เฟส 380 โวลต์ สามารถแยกย่อยเพื่อใช้งานเป็นระบบ 1 เฟสได้ และยังสามารถจับเอาสายเฟสทั้ง 3 มาใช้เป็นระบบ 3 เฟส สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าจำพวก มอเตอร์ 3 เฟสและ หม้อแปลง 3 เฟส

ระบบไฟฟ้าที่การไฟฟ้าจำหน่ายให้กับผู้ใช้รายย่อยประเภทแรงต่ำก็จ่ายออกมาในระบบ 3 เฟส ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ขอใช้ไฟแบบ 1 เฟสก็ค่อยไปแยกออกมาเฟสใดเฟสหนึ่งเพื่อเข้าระบบของตนหรือผู้ใช้ไฟฟ้ารายไหนขอใช้ไฟแบบ 3 เฟสก็เชื่อมต่อสายทั้ง 4 เส้นเข้าระบบของตน โดยจะมีสายเฟส3 เส้น กับสายนิวทรัล 1 เส้น หลายๆคนจึงมักเรียกว่าระบบ 3 เฟส 4 สาย

เมื่อรู้จักกับระบบไฟเบื้องต้นไปแล้วคราวนี้เราก็มาเข้าเนื้อหาของ แอร์ 1 เฟส และ 3 เฟส

 

แอร์ 1 เฟส และ แอร์ 3 เฟส แบ่งตามระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้กับมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ซึ่งคอมเพรสเซอร์จัดว่าเป็นส่วนที่สำคัญและใช้พลังงานมากสุดของแอร์แต่ละชุด

ในแอร์ขนาดเล็กที่มีขนาดทำความเย็นไม่เกิน 33,000 – 36,000 BTU โดยทั่วไปแล้วมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ ที่ใช้ในระบบ จะเป็นแบบที่ใช้กับระบบไฟฟ้า 1 เฟส 220 โวลต์ในส่วนของชุดมอเตอร์พัดลม fan coil (คอยล์เย็น) และพัดลม condensingunit (คอยล์ร้อน) ก็ใช้มอเตอร์ระบบไฟฟ้า 1 เฟส220 โวลต์ ด้วยเช่นกัน ซึ่งแอร์แบบนี้จัดอยู่ในกลุ่มของแอร์1 เฟส หรือ แอร์เฟสเดียว สามารถติดตั้งได้ทุกแห่งหน ที่มีระบบไฟฟ้าตั้งแต่ 1 เฟสและ 3 เฟส เข้าถึง แต่…หากเลือกแอร์ 1 เฟส ขนาดใหญ่มาใช้งานควรตรวจสอบขนาดของเครื่องวัดไฟฟ้า(มิเตอร์)ที่การไฟฟ้าติดตั้งให้ ว่ามีขนาดเพียงพอที่จะรองรับหรือไม่หากใช้ไฟฟ้าจำนวนมากเกินกว่าขนาดมีเตอร์จะรับไหวอาจจะทำให้มิเตอร์ได้รับความเสียหายได้

แอร์ที่ใช้ระบบไฟฟ้า 1 เฟส จะมีคอมเพรสเซอร์หลายแบบให้เลือกใช้งานตามขนาดทำความเย็น และลักษณะการติดตั้งรวมไปถึงการใช้งาน

ในส่วนของแอร์ที่ใช้กับ ระบบไฟฟ้า 3 เฟส หรือ แอร์ 3 เฟสเป็นแอร์แบบแยกส่วนที่มีขนาด 33,000 หรือ 36,000 BTU เป็นต้นไป เนื่องด้วยเป็นแอร์แบบแยกส่วนที่มีขนาดทำความเย็นสูงการใช้ระบบไฟ 1 เฟสมาขับเคลื่อนมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ขนาดใหญ่ในระบบ อาจจะทำให้มีกระแสใช้งานสูงเกินไป รวมถึงได้กำลังที่ไม่มากและไม่เพียงพอ จึงต้องมีการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ที่มีกำลังสูงกว่า ที่ใช้ระบบไฟ 3 เฟส ซึ่งมีเฉพาะส่วนของมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ เท่านั้น ที่ต้องการไฟฟ้าระบบ 3 เฟส มาขับเคลื่อน แต่…ในส่วนอื่นๆอย่างเช่นอุปกรณ์และวงจรในภาคควบคุมยังคงใช้ไฟ 1 เฟสเป็นตัวควบคุมระบบ รวมถึงพัดลม fancoil (คอยล์เย็น) และพัดลม condensing unit (คอยล์ร้อน)ก็ยังคงใช้มอเตอร์ระบบไฟ 1 เฟสอยู่

คอมเพรสเซอร์ที่ใช้ในแอร์ 3 เฟส สำหรับเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนที่มีขนาดไม่เกิน 150,000 BTU จะเป็นคอมเพรสเซอร์แบบปิดสนิทเช่นเดียวกับคอมเพรสเซอร์ที่ใช้กับไฟ 1 เฟส โดยที่คอมเพรสเซอร์ 3 เฟสจะมีขนาดใหญ่กว่า และยังไม่ต้องใช้คาปาซิเตอร์หรือรีเลย์ช่วย ในการเริ่มเดินและการเดินเครื่องปกติแต่จะใช้วิธีการสตร์ทออกตัวแบบสตาร์(star) และทำงานแบบเดลต้า(delta) ตามแบบฉบับการทำงานของมอเตอร์ 3 เฟส

ในอดีต แอร์ 3 เฟสจะใช้คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบเป็นตัวดูดอัดสารทำความเย็นแต่ในปัจจุบันกำลังถูกแทนที่ด้วยคอมเพรสเซอร์แบบสโครลซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่าประหยัดพลังงานกว่า และทำงานได้นุ่มนวลกว่า

ในส่วนคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ ทางผู้ผลิตจะไม่ค่อยนิยมผลิตแบบ 3 เฟสขนาดใหญ่ออกมาวางขาย คอมเพรสเซอร์ของแอร์แบบทั่วไปที่เป็นคอมเพรสเซอร์โรตารี่ ระบบไฟ 3 เฟส จะมีผลิตออกมาเพียงไม่กี่ขนาด ผู้เขียนขอยกตัวอย่างคอมเพรสเซอร์โรตารี่ ระบบไฟ 3 เฟส 380 โวลต์ ของยี่ห้อง SCI. มีขนาดทำความเย็น 35,000 BTU เพียงขนาดเดียวที่ใช้ระบบไฟ 3 เฟส และถือเป็นขนาดที่สูงสุดในบรรดาคอมเพรสเซอร์โรตารี่ที่ SCI. ผลิตและจำหน่าย

แต่ถ้าดูในตลาดคอมเพรสเซอร์โรตารี่ ยังมีคอมเพรสเซอร์โรตารี่ 3 เฟส ขนาดเล็กผลิตออกมา แต่มีจุดประสงค์เพื่อใช้กับแอร์ที่มีระบบควบคุมแบบอินเวอร์เตอร์เท่านั้น…อ่านไม่ผิดหรอกครับคอมเพรสเซอร์ของแอร์อินเวอร์เตอร์ ไม่ว่าจะแบบ AC Inverter หรือ DC Inverter ก็จะเป็นคอมเพรสเซอร์ 3 เฟส แต่ที่มันรับไฟ 1เฟสจากแหล่งจ่ายในบ้านคุณมาใช้ได้ เพราะระบบ Inverter มันมีรูปแบบการทำงานที่ซับซ้อนแปลงไฟจาก 1 เฟส เป็น 3 เฟส เพื่อทำการควบคุมความถี่ไฟฟ้าที่จ่ายให้มอเตอร์

 

 

สำหรับใครที่ต้องการใช้แอร์ 3 เฟส ก่อนอื่นต้องตรวจสอบก่อนว่าระบบไฟฟ้าภายในอาคารของท่าน ยื่นขอใช้ไฟจากการไฟฟ้าในรูปแบบ 1 เฟส หรือ 3 เฟส

ถ้าระบบไฟฟ้าในอาคาร/บ้านเรื่องของคุณ มีการยื่นขอใช้ระบบไฟฟ้าแบบ 3 เฟส จากการไฟฟ้าฯ และห้องที่จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศมีขนาดกว้าง มีความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่(ประมาณ 35,000 BTU ขึ้นไป) การเลือกใช้แอร์ 3 เฟส ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม และยังช่วยเรื่องการบาลานซ์โหลดไฟฟ้าในแต่ละเฟส ให้มีความสมดุลใกล้เคียงกันได้



บางคนอาจมีความเข้าใจที่ผิดๆอยู่มีหลายคนที่เข้าใจว่าแอร์ 3 เฟส ประหยัดไฟกว่าแอร์ 1 เฟสมาก เมื่อเทียบกันในขนาดทำความเย็นที่เท่ากัน

ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ในขนาดทำความเย็นที่เท่ากัน แอร์ 3 เฟส ก็ไม่ได้กินไฟน้อย กว่าแอร์ 1 เฟส สักเท่าไหร่ อาจมาก-น้อย กว่ากันบ้างแต่ก็บวกลบไม่เกิน 1 แอมป์

ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดมาจากการอ่านแผ่นพับหรือเอกสารที่มีตารางแสดงข้อมูลรายละเอียดของตัวเครื่อง ซึ่งจะมีค่ากระแสใช้งานบอกเอาไว้ด้วย

ผู้เขียนจึงขอยกตัวอย่างตารางแสดงข้อมูลของแอร์แบบตั้งแขวนยี่ห้อหนึ่ง มาให้ดูประกอบการอธิบาย

 

ผู้เขียนขอยกตัวอย่างแอร์ในรุ่น 36,000 BTU แบบที่ใช้กับระบบไฟ 1 เฟส 220 โวลต์ และ 3 เฟส 380 โวลต์

 

ตามข้อมูลที่แสดง รุ่นที่ใช้กับระบบไฟ 1 เฟส จะมีอัตรากินกระแสของชุด outdoor อยู่ที่ 15.7 แอมป์ และในส่วนของรุ่นที่ใช้กับระบบไฟ 3 เฟส อัตราการกินกระแสของชุด outdoor อยู่ที่ 5.25 แอมป์  ซึ่งในจุดนี้เองมักเป็นต้นเหตุให้หลายๆคนเข้าใจผิด คิดว่าแอร์ 3 เฟส ประหยัดไฟกว่าแอร์ 1 เฟส มาก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว…ตามที่ได้อธิบายไปแล้วข้างต้น คือระบบไฟ 3 เฟส ประกอบด้วยสายเฟสหรือสายมีศักย์จำนวน 3 เส้น ดังนั้นกระแสไฟฟ้าของแอร์ 3 เฟส ที่แสดงในตารางข้อมูล (5.25 แอมป์) เป็นค่ากระแสใช้งานเฉลี่ยที่มีในสายเฟสแต่ละสาย แต่หน่วยการใช้ไฟฟ้าที่มาตรวัดหน่วยไฟฟ้าวัดและบันทึกได้ ต้องเอาค่ากระแสเฉลี่ยทั้ง 3 เฟสมารวมกัน

ดังนั้น…เมื่อรวมๆกันแล้ว อัตราการใช้ไฟฟ้าจริงๆของแอร์ 3 เฟส และแอร์ 1 เฟส ก็เกือบๆจะเท่ากัน ไม่มีใครประหยัดกว่าใครมากนัก

เวลาการไฟฟ้าฯคิดค่าปริมาณการใช้ไฟฟ้า สำหรับระบบ 3 เฟส จะมีสูตรการคิดคำณวน kW. = [ กระแส(A)  X  แรงดัน(V)  X  เพาเวอร์เฟคเตอร์(PF)  X  1.732(3) ]  ÷ 1,000

ที่มา:bloggang.com


You can leave a response, or trackback from your own site.

One Response to “แอร์ 1 เฟส กับ แอร์ 3 เฟส ต่างกันอย่างไร”

  1. admin พูดว่า:

    ผมชี้ปลายทางไปให้แล้ว ขออภัยตรวจทานไม่เรียบร้อย

Leave a Reply